กาแฟมีสีดำ เป็นสีแห่งความลึกและลี้ลับ

หลังจากที่ได้วนเวียนในร้านกาแฟเขาเต่า (No Name caff ) มาเป็นระยะเวลาร่วม 3 เดือน สองวันที่ผ่านได้เจอกับความหวานที่อยู่ในกาแฟ เอสเปรสโซ่ เพียงเสียววินาทีของลิ้นที่ได้ดื่ม!

วันนี้และวันต่อๆ ไป ผมว่ากาแฟมีสีดำ เป็นสีแห่งความลึกและลี้ลับ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟจากสวนไหนในโลกล้วนให้น้ำสีดำคล้ายกันทั้งหมด แต่ในน้ำสีดำนั้นกลับเป็นที่รวมของกลิ่นและรสชาติเกือบทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกนี้ การชิมกาแฟเหมือนเป็นการดำดิ่งลงไปในความมืดมนต์ของธรรมชาติบางอย่าง เมื่อเราพบมันก็เหมือนเราได้พบตัวเอง ความซาบซึ้งและปิติอาจเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ถ้าในสีดำนั้นมีความจริงอยู่ มันก็คงเหมือนความจริงอื่นๆ ที่บางครั้งแม้นตั้งอยู่ตรงหน้าแต่ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ ต้องอาศัยวิถีทางบางอย่างเพื่อไปสู่มันให้ได้ และนั้นคือโอกาสดื่มหรือชิมกาแฟกับคนที่มีประสบการณ์สูงกว่า จะทำให้สามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้น ในที่นี้ผมต้องขอบพระคุณ ลุงหมู และ ป้าทุม เจ้าของร้านกาแฟวัยเก๋าที่ได้เปิดโอกาสให้ผมได้เสพความหวานที่อยู่ในกาแฟ เอสเปรสโซ่ เพียงเสียววินาทีของลิ้นที่ได้ดื่มน้ำดำๆ แก้วนี้.

 

คิด เข้าใจ ลงมือทำ.

หลังจากที่ผมได้อ่านคอลัมน์จากที่ ที่หนึ่งที่มีแนวคิดจากการเข้าใจในความเป็นจริงที่สังเกต พฤติกรรมของมนุษย์และธรรมชาติว่าต้องการสิ่งใด?

ผมเลยต้องกลับมานำบทความที่อ่านมาเก็บในบล็อก(Copy)มาจาก http://www.manager.co.th ในช่วงที่ผมชอบนี้เพื่อนให้เป็นที่ยำเตือนรูปแบบการคิดของผมต่อไป (ว่าทุกอย่างต้องเข้าใจและลงมือทำมัน).

โดยมีหลักการคิดดังนี้

1.วิธีที่หนึ่ง คิดแบบละเอียด ยกตัวอย่าง “ดำ น้ำหยด” ซึ่งเป็นเกษตรกรที่จันทบุรี มีความคิดไม่เหมือนกับนักธุรกิจที่เคยสัมภาษณ์มาทั้งหมด เขาบอกว่า นักวิชาการชอบเรียนมากเกินไป เกินธรรมชาติ เมื่อแก้ปัญหาเริ่มต้นจากทฤษฎีที่เรียนมา เขาได้เป็นเกษตรกรตัวอย่าง ปี 2522จากการทำระบบน้ำหยดขายดีจนมีฐานะ สวนที่พาไปสวยมากอยู่ริมเขา เขาเคยเป็นลูกจ้างมาก่อน จนวันหนึ่งเจ้าของบอกขายก็เลยซื้อทำรีสอร์ตที่เกาะช้างชื่อเกาะช้างพาราไดซ์ รีสอร์ต แอนด์ สปา

เขาบอกว่ามีเงินเท่านี้ก็ลงไปก่อน ครั้งแรกลงทุน 21 ล้านบาท จากนั้นพอกำไรจากนี้ลงทุนอีก 21 ล้านบาท แล้วนำกำไรมาลงทุนรีสอร์ต 45 ล้านบาท แบบไม่ได้กู้เงิน ทำอะไรไม่เป็น ทำสวนเป็นก็เริ่มต้นลงระบบสาธารณูปโภค 1 ปี ลงระบบน้ำ ฯลฯ และออกแบบสวนเสร็จก็รื้อต้นไม้ทิ้ง เพราะรู้ว่าไม่มีใครรู้เรื่องต้นไม้มากเท่าเขา และเริ่มเล่าให้ฟังว่า โกสนมี 3 สายพันธุ์ สายพันธุ์ที่สามกินน้ำน้อยที่สุด หลักการทำสวนคือ “น้ำเอาไว้เลี้ยงแขกไม่ใช่เลี้ยงต้นไม้” เพราะน้ำในเกาะช้างหายาก ต้นไม้ที่ปลูกต้องเหมาะกับดินทรายและกินน้ำน้อย และ“สวนต้องมีชีวิต” การปลูกต้นเข็มไว้เพราะผีเสื้อชอบต้นเข็มแต่ระบบน้ำเสียที่ทำ ในตอนแรกจ้างนักวิชาการทำ แต่เรียกเท่าไรก็ไม่ยอมมา ก็คิดแบบเกษตรกรด้วยความโมโห คิดว่าน้ำเสียที่มีอยู่ 15,000 ลิตร มีต้นไม้อะไรที่สามารถดูดน้ำได้เยอะ รากยาวๆ ก็พบว่าปาล์มน้ำมันดูดได้วันละ 150 ลิตร ปลูกร้อยต้นก็ได้ 15,000ลิตร น้ำเสียเป็นปุ๋ยที่ดี ต้นปาล์มสวยมากใหญ่มาก บำบัดน้ำเสียได้หมดเกลี้ยง สุดท้ายนักวิชากรกลุ่มนั้นมาขอดูงาน เป็นระบบบำบัดน้ำเสียหมัก ไม่ได้คิดจากทฤษฎี คิดจากรายละเอียดต่างๆ ที่ค้นพบมา “ดำ น้ำหยด” เป็นตัวอย่างที่ดีมากในการมองปัญหาอย่างละเอียด เริ่มต้นจากธรรมชาติ ที่บอกว่านักวิชาการเรียนเกินคือเรียนเกินธรรมชาติ เหมือนกับคุณพ่อคุณแม่เราที่เริ่มต้นเรียนจากธรรมชาติ เรียนรู้จากประสบการณ์ต่างๆ คิดอย่างละเอียดเป็นเคล็ดลับความสำเร็จข้อหนึ่ง

2.วิธีที่สองคิดจากปัญหา เมื่อเกิดปัญหาทุกคนจะกลัว และคิดว่าแย่มากเลย สำหรับ “อนันต์ อัศวโภคิน” ในตอนที่ทำคอนเซ็ปต์ใหม่เรื่อง “บ้านสบาย” ของแลนด์แอนด์เฮ้าส์ มาจากปี 2540 ซึ่งบริษัทเป็นหนี้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท พอมีปัญหาบริษัทต่างๆ จะไล่คนออก แต่เมื่อคิดแล้วก็พบว่าต้นทุนธุรกิจขายบ้าน พนักงานเป็นต้นทุนที่น้อยมาก แค่ 10% ไล่คนออกครึ่งหนึ่งก็ลดได้แค่ 5% และเมื่อวิกฤตฟื้นก็หาคนยาก ระหว่างนั้น จึงให้ลูกน้องแต่ละคนทำวิจัยคนซื้อบ้านแลนด์แอนด์เฮ้าส์ไปดูว่าปัญหามีอะไรบ้าง ก็พบว่าทุกคนที่ซื้อบ้านต้องต่อเติม ครัว ห้องน้ำ ถังขยะ ฯลฯ ก็นำปัญหาทั้งหมดมาคิดใหม่ สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จากปัญหา ออกมาเป็น “บ้านสบาย” คนซื้อหิ้วกระเป๋าเข้าไปอยู่ได้เลย และบ้านสบายก็คือ “การกำหนดราคา” คือคนที่กำหนดราคาคือลูกค้า ไม่ใช่เจ้าของ เขาสร้างบ้านเสร็จก่อนขาย เป็นการสร้างเกมใหม่ให้คนอื่นเดินตาม เพราะปี 2540 คนเจอปัญหาสร้างบ้านแล้วไม่ได้บ้าน และก็รู้ว่าถ้าสู้ไปเป็นเกมเดิมคือขายกระดาษ ใครๆ ก็ทำได้ เป็นธุรกิจที่เข้ามาได้ง่าย แต่การสร้างเกมใหม่คือ “บ้านเสร็จก่อนขาย” ผู้ชนะคือผู้กำหนดเกม ซึ่งไม่ใช่ต้องใช้เงินมาก แต่ฐานข้อมูลด้านการขายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะปัญหาบ้านสร้างเสร็จก่อนขายคือ ปัญหา สต๊อก แต่เมื่อใช้วิธีสร้างบ้านเมื่อคนมาดูไซต์งาน คนถามราคา ก็บอกว่ายังไม่กำหนดราคา แต่ราคาประมาณ 3.5 ล้าน ลูกค้าไม่จอง เซลส์รู้แล้ว 3.5 ล้านขายไม่ได้ อีกคนมา 3.8 ล้านบาท ขายไม่ได้ รู้แล้ว3.6-3.7 ล้าน เพราะคนซื้อมากำหนดราคาแคมเปญ“ไปแต่ตัวทัวร์ยกแก๊ง” เป็นแคมเปญของชาเขียวโออิชิ ที่สำเร็จที่สุดโดยใช้เงินไม่มาก สำหรับของรางวัลคือการไปทัวร์ญี่ปุ่น ใครๆ ก็คิดได้ เป็นเรื่องธรรมดามาก แต่คุณตันพบว่าคนที่ได้รางวัลไม่ใช่คนที่เคยไป พ่อค้าแม่ค้าที่ได้ก็ดีใจที่ได้ แต่เมื่อบริษัทติดต่อไปต้องเสียภาษี ต้องทำพาสปอร์ต ทำวีซ่า การเที่ยวที่แปลกๆ กับคนแปลกหน้าไม่สนุก คุณตันเอาปัญหาทั้งหมดมาแก้ไข ให้คนที่ได้รางวัลชวนคนรู้จักไปได้อีก 3 คน และมีเงินให้ไปช้อปปิ้ง กลายเป็นแคมเปญธรรมดาที่อุดทุกปัญหา แล้วสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา ฝาขวดโออิชิที่ส่งเพิ่มขึ้นทั้ง 3 ครั้งทำแคมเปญ

3.วิธีที่สาม คิดเพื่อปฏิเสธ “สตีฟ จ๊อบส์” ตอนที่กลับไปแอ๊ปเปิ้ลอีกครั้งมีสินค้าเยอะมาก เขาใช้วิธีคิดแบบตัดทิ้งมาตลอด ด้วยการใช้คำแค่ 4 คำคือ พกพาตั้งโต๊ะ และดูว่าสินค้าอยู่ตรงไหน เขาเคยพรีเซ้นต์สินค้าด้วยการเอามาวางที่โต๊ะเล็กๆ จากที่มีอยู่ 200 ชิ้น เขาตัดทิ้งเหลือแค่ 20 ชิ้นเท่านั้น เพราะหัวใจสำคัญของความสำเร็จคือคำว่า “ไม่” กล้า ปฎิเสธ สิ่งที่เสนอมาและเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ไอพอดเป็น mp3 เครื่องแรกของโลกด้วยคิดเริ่มต้นจากคำๆ เดียวคือ 1 พันเพลง คือการโฟกัสอยู่แค่นี้ อย่างอื่นไม่เอา

4.วิธีที่สี่ คิดหาโอกาส “โมริตะ” ผู้ก่อตั้งโซนี่บอกว่า คนเราชอบพูดว่าใครๆ ก็ทำแล้ว เขาบอกว่าธุรกิจเหมือนวงกลม แต่มันมีช่องว่างในรูนั้น เมื่อเราทำมันจะใหญ่ขึ้นมาทันที “อดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์” ทำให้บิวติดริ้งเกิดขึ้นมา เครื่องดื่มสุขภาพที่ขยายตลาดไม่ใช่แค่ในเมืองไทยแต่ยังไปอยู่ในต่างประเทศ จากการมองเห็นโอกาส เช่นเดียวกับ “สุริวิภา กุลตังวัฒนา” ทำสินค้าเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงหลายๆ คนที่มีรูปร่างท้วมให้สวยได้เหมือนกัน เพราะเมื่อเห็นเสื้อผ้าที่ใส่ในหุ้นโชว์ทุกครั้งจะรู้สึกว่าอยู่ในหุ่นมันสวย แต่ทำไมอยู่ที่ตัวเรามันไม่เป็นอย่างนั้น นี่คือการคิดหาโอกาส

5.วิธีที่ห้า คิดแบบไม่ยอมแพ้ มีกรณีศึกษาเรื่องหนึ่งสำหรับสินค้าที่เคยเป็นเจ้าตลาด มีส่วนแบ่งการตลาด 80% แต่ภายในเวลา 3 ปี เบียร์ช้างเอาชนะเบียร์สิงห์ ได้ แต่ตอนนี้เบียร์สิงห์กลับมาชนะแล้ว หลังปี 2540 ไม่นาน “สันติ ภิรมย์ภักดี” เคยให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุที่แพ้มี 4 ข้อคือ 1.กลยุทธ์เหล้าพ่วงเบียร์ ธุรกิจเหล้าไม่เหมือนธุรกิจเบียร์ ที่คิดว่าเปิดก๊อกน้ำที่จริงมันเป็นเขื่อน เป็นการถล่มอย่างยาวนานไม่หยุด 2.กลยุทธ์ 3 ขวด 100 บาท ทำให้คนอยากกินเบียร์ราคาถูก 3.การเยี่ยมเอเย่นต์น้อยเกินไป ทำให้ห่างเหิน และ4.แอ๊ด คาราบาว ทำให้เบียร์ช้างกลายเป็นเบียร์คนไทย เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชื่อ

แบรนด์ติดตลาด

เขาพูดคำหนึ่งว่า “ผมยอมรับว่าแพ้ แต่ผมไม่ยอมแพ้” หมายความว่า เราแพ้ได้ แต่เราไม่ยอมแพ้คือ “ใจ” เราไม่ยอมแพ้ การยอมรับว่าแพ้ให้เชื่อไว้เลยว่าเราไม่มีทางกระโดดขึ้นจากอากาศได้ เหมือนเราตกเหวอยู่ การยอมรับการพ่ายแพ้คือยอมรับการอยู่ก้นเหวให้เท้าติดดิน เพื่อที่เราจะกระโดดขึ้นใหม่ได้ แต่การยอมแพ้ เราจะอยู่ในอากาศตลอดเวลาและกระโดดไม่ได้

6.วิธีที่หก คิดแล้วลงมือทำ “โธมัส เอดิสัน” พูดว่า คนส่วนใหญ่ชอบคิดว่า เราตื่นขึ้นมาแล้วเราจะเป็นคนรวย เขาคิดถูกแค่ครึ่งเดียวคือ ตื่นขึ้นมา เพราะหัวใจสำคัญคือความสำเร็จต้องมีส่วนผสมอยู่ 2 อย่างคือ     1.ความคิด

2.การลงมือทำ ถ้าคิดเฉยๆ ไม่ลงมือทำ ไม่มีทางสำเร็จได้

“โคลัมบัส” หลายคนคิดว่าการพบทวีปอเมริกาเป็นเรื่องบังเอิญ แค่ล่องเรือไปพบทวีปใหม่เท่านั้น ใครๆ ก็ทำได้ วันหนึ่งในงานเลี้ยงกษัตริย์สเปน มีเสนาบดีพูดเรื่องนี้อีก เขาก็หยิบไข่ต้มขึ้นมาหนึ่งใบ แล้วบอกให้ตั้งไม่ให้ล้ม ไม่มีใครตั้งได้ เขาหยิบไข่ขึ้นมาทุบที่ปลายทำให้ไข่ตั้งได้ พวกนั้นบอกว่า“ใครๆ ก็ทำได้” เขาบอกว่า“แล้วทำไมไม่ทำ” หัวใจสำคัญของทุกเรื่องคือเวลาเราทำสิ่งนั้นสำเร็จ แต่หัวใจสำคัญของความสำเร็จของโคลัมบัสคือการตื่นขึ้นมาล่องเรือออกจากแผ่นดิน แล้วคิดว่ามีแผ่นดินใหม่อยู่ข้างหน้า นั่นคือความยิ่งใหญ่ของหัวใจของโคลัมบัส คือความยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง การลงมือทำเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

(ผู้เขียนคิดว่า)

สรุปแล้วแแนวคิดทั้งหลายที่ได้อ่านมานั้นต้องมีความเข้าใจในสิ่งที่เป็นธรรมชาติและการเป็นอยู่ของมนุษย์อย่างแท้จริงที่สามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวันได้ตามโอกาศต่างๆ

ปั่นเช้า !

ปั่นเช้า 24 สิงหาคม 2554  หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่ก็ได้เวลาเดินทางสู้แสงตะวันของเช้าวันใหม่ที่ใครหลายๆคนยังนอนอยู่กับที่เดิมๆ (06.30 น.)

พยากรณ์อากาศ มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตรเหมาะ

กับการเดินทางของเช้าวันนี้ การเดินทางมุ่งสู่  ปราณบุรี จากเขาเต่าเป็นจุดเริ่มต้น ผ่านเส้นทางกรมชลประทานปราณบุรี ไปตามเส้นทางหมู่บ้านชาวไร่สับปะรด โดยมีลุงหมูเป็นผู้นำทางผม การปั่นครั้งนี้เราให้พลังงานจากร่างกายส่งไปยังขาทั้งสองอย่างเต็มที่ให้กับเส้นทางทาง 18 กิโล  เช้าวันนี้มีอะไรมากมายตามเส้นทางที่เราไปได้เห็นและรับรู้ถึงความเป็นอยู่ของชาวเกษตรกร ธรรมชาติตามเส้นทางทำให้มีกำลังใจที่จะปั่นต่อไปอย่างไม่หยุด ด้วยแสงแดดอ่อนๆส่องผ่านร่างกาย บวก เหงื่อที่ขับออกมาอย่างชุ่มช่ำตามร่างกาย

ผมว่าเส้นทางนี้เส้นทางหนึ่งที่ได้ฟิลสุดๆ ในการปั่นจักรยานครับรวมระยะเวลาที่ไปกับ 40 นาที กลับมาสู่เขาเต่านั่งพักร่ายกายสักพักแล้วต่อด้วย คาปูชิโนร้อน สักแก้ว กับ ปาท่องโก๋ เช้าวันนี้อยากจะบอกดังๆว่า “ปั่นมันหยดติ๋งๆ” ครับ…

สามเสือล่ากาแฟสด!

อนาคตที่จะมาถึงในเร็วนี้จะมี เสือ 3 ตัวจะมาลงกินเมล็ดกาแฟสดของเรา เราจะรับมืออย่างไรดี?

ในฐานะผู้เสพกลิ่นหอมๆ รสชาติ ขมๆ น้ำดำๆ นี้แน่นอนครับมันดูเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับผู้ที่อ่านหรือกำลังจะลงมือเปิดร้านกาแฟสดที่แสนจะน่ารักๆ ดีไซน์เก๋เป็นของตัวเองกับต้องฝันค้างเลยก็ว่าได้หรืออาจจะสลายได้เลยครับเมื่อเจอเจ้าเสือ 3 ตัวนี้ลงมาล่าเหยื่อในไร่กาแฟที่มีทั้งพละกำลังพี่พร้อมเสมอทั้งๆที่มีอยู่ในกำมือก็กินกันไม่หมดอยู่แล้ว

แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่ายิ่งใหญ่เท่าไรก็ไม่เท่าผู้ที่ใส่ใจและเข้าใจในตัวตนที่แท้จริงของ กาแฟ  ตามที่ได้เห็นกันอยู่ ร้านกาแฟสดที่มีอยู่ตามทั่วไปเปิด 10 ร้านอยู่รอด 2 ร้านก็ว่าได้ ใน 8 ร้านที่ปิดตัวไปภายในร้านมีการตกแต่งที่หรูหราใช้เครื่องชงกาแฟราคาเป็นแสน แต่รสชาติที่ออกมาเป็นแบว่า “น้ำล้างแก้ว” (ตามที่ผู้เขียนเห็น) เลยครับ ความจริงผู้ที่เข้ามาร้านกาแฟต้องการดื่มกาแฟมากกว่าบรรยากาศเพราะที่จ่ายสตางค์ไปนั้นคือค่ากาแฟแก้วนั้นๆ ส่วนอีก 2 ร้านที่อยู่รอดนั้นเจ้าของร้านคงจะตั้งร้านที่อยู่ในป่า ไม่ไปชงกาแฟตามแบบของต่างประเทศแน่เลยครับเลยทำให้ร้านมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เข้าใจคอกาแฟที่มาอุดหนุนร้านมีการต้อนรับที่ดี เจ้าของร้านลงมือทำเองทุกอย่าง ไม่ต้องไปจ่ายลูกน้องให้มาปวดกระบานไปวันๆ เอาเวลาส่วนนั้นไปคิดหรือทำอะไรที่มีความสุขของตัวเองดีกว่าครับ

สุดท้ายผมว่าถ้าทำอะไรแล้ว เข้าใจ เข้าถึง แล้วพัฒนา ใครจะตามทัน!

(ส่วนเสือ3 ตัวนั้นเป็นใครลองไปอ่านตามนี้ลิงค์)

http://www.roytawan.com/forum/index.php?topic=11999.0


ถ้าผม…..

หลังจากที่ผมได้อ่านหนังสือ สวัสดีหัวหิน ฉบับเดือน สิงหาคม 2554 ได้เจอกับบทความที่มีอิทธิพลต่อจิตใต้สำนึกของผมทำให้ผมรู้ได้เลยว่า”ถ้าผม” ไปปฏิบัติตนตามแนวทางนี้ผมต้องเจอกับสิ่งเหล่านี้อย่างแน่นอน  ผมคิดว่าบทความนี้ได้เป็นบทเรียนโดยที่ทำให้ผมเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างชัดเจนและไม่ต้องไปเสียเวลากับสิ่งเหล่านั้น..จึงขออนุญาตนำมาแบ่งปัน โดยบทความมีอยู่ตามนี้ครับ

ถ้าท่านทำตัวแข่งกับสังคม        ทางแห่งความล่มจมกำลังตามมา

ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า        ท่านจะพบปัญหาเรื่อยไป

ถ้าท่านทำตัวเห็นแก่ได้            ท่านอย่าหวังน้ำใจจากเพื่อนฝูง

ถ้าท่านกลัวจนเกินไป              ท่านจะทำอะไรไม่ได้ความ

ถ้าท่านกลัวจนเกินงาม           ท่านจะพบกับความเดือดร้อน

ถ้าท่านขาดความพอดี            ท่านจะเป็นหนี้เขาตลอดกาล

ถ้าท่านหวังแต่ความสนุก       ท่านจะเป็นทุกข์มหาศาล

ถ้าท่านขาดความยั้งคิด         ชีวิตทั้งชีวิตจะหมดความหมาย

ถ้าท่านทำใจให้สงบ              ท่านจะพบกับความสุขที่เยือกเย็น

ขอขอบคุณเจ้าของบทความ “ถ้าท่าน” นี้เป็นอย่างสูง

รองเท้า…

ก่อนที่เราจะเดินตามใคร และ ใครที่จะเดินตามเรา นั้นดูเป็นเรื่องง่ายและเรื่องยากสำหรับใครหลายๆคน  ถ้าคิดจะเดินตามใคร ควรที่จะดูรองเท้าตัวเองเสียก่อนว่าที่เราใส่อยู่ทุกวันนี้ มันคับจนกัดตีนตัวเองไม่? หรือ ว่าใหญ่จนเราไม่สามารถเดินไปกับมันได้!!

ในการเรียนรู้จากประสบประการณ์ของใครหลายๆ คนที่ประสบความสำเร็จนั้น เขาใช้รองเท้าคู่ไหนในการเดินทางผ่านอะไรมาบ้าง เข้าร้านซ่อมรองเท้าแล้วกี่ครั้งเดินทางมากี่กิโลเมตรเป็นคำถามที่หาคำตอบไม่ได้ครับถ้าคุณไม่เดินด้วยตัวคุณเองในวันนี้และวันต่อๆ ไป  ถ้าคุณคิดว่าจะเดินตามเขาผู้นั้นคุณก็ควรที่จะใส่ใจเข้าใจในสิ่งที่เห็นและลงมือทำในสิ่งที่ยังไม่เป็นแต่กำลังจะเป็นในสิ่งๆนั้น

ผมเชื่อครับ ว่า ทุกคนเริ่มต้นจาก ศูนย์ เพื่อไปหา ศูนย์ แต่ระหว่างเส้นทางชีวิตนั้นไม่ปล่อยให้สูญเปล่าแน่นอน เพราะฉะนั้นเราควรเรียนรู้จากสิ่งที่เขาไมปล่อยให้สูญเปล่า

ในระหว่างเส้นทางนั้นๆกับรองเท้าที่ต้องพอดีกับเท้า.

โยเกิดแล้ว…

ในยุคโบราณราวศตวรรษที่ 4 ถึง 6 ก่อนคริสตกาล มีชน เผ่าทราเซียน อันเป็นบรรพบุรุษเก่าแก่ที่สุดของชาวบัลแกเรีย ชาวทราเซียน ได้มีวิธีการเก็บรักษาน้ำนมไว้ในถุงแบบที่ทำจากหนังแกะ โดยเอาถุงนี้จะคาดเอวไว้ ทำให้เกิดความอบอุ่นจากร่างกายร่วมกับจุลชีพที่มีอยู่ในหนังแกะ ช่วยให้เกิดปฏิกิริยาการหมักขึ้น น้ำนมในถุงก็กลายสภาพเป็นโยเกิร์ตไป

คำว่า โยเกิร์ต คำนี้ใช้เรียกรวม ๆ ทั้ง นมเปรี้ยวและโยเกิร์ต เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นมสด นมพร่องมันเนย หรือ นมถั่วเหลืองโดยการใช้แบคทีเรีย แลคโตบาซิลัส และ สเตรปโตคอคคัส เทอร์โมฟิลลัส เป็นหลักใส่ลงไปหมักผลิตภัณฑ์นมต่างๆ แบคทีเรียเหล่านี้ช่วยย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมให้เป็นกรดแลคติคทำให้มีภาวะกรดและมีรสเปรี้ยวโดยมีความเป็นกรด-เบสอยู่ระหว่าง 3.8-4.6 นมเปรี้ยว มี 2 ชนิด คือ ชนิดแรกเป็นนมเปรี้ยวที่มีลักษณะเป็นน้ำคล้ายเครื่องดื่ม อีกชนิดหนึ่งเป็นนมเปรี้ยวที่มีลักษณะเหลวข้นที่เรียกว่า โยเกิร์ต

โยเกิร์ต เกิดมาจากคำสองคำที่พบกันโดยบังเอิญ คือ คำว่า yog ในภาษาทราเซียน แปลว่า หนาหรือข้น และ ส่วน urt แปลว่า น้ำนม รวมกันเป็นคำว่า yoghurt ให้ใช้กันจนถึงปัจจุบัน

โยเกิร์ต เป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการดีกว่านมสดหลายประการ เช่น โปรตีนเคซีนในนมเปรี้ยวจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อร่างกายได้ดีกว่าในนมสด เพราะย่อยสลายได้ง่ายกว่า ทั้งนี้เนื่องจากโมเลกุลของโปรตีนในนมเปรี้ยวจะถูกย่อยสลายโดยเอนไซม์จากเชื้อนมเปรี้ยวให้มีโมเลกุลเล็กลงกว่าเดิม นอกจากนี้กรดแลคติกในนมเปรี้ยวจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสได้เพิ่มขึ้น จึงเหมาะสมสำหรับผู้บริโภคทุกวัย โดยเฉพาะวัยเด็กเพราะจะช่วยให้ได้แร่ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัสเพิ่มขึ้นจึงมีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างกระดูกและฟัน นอกจากนี้นมเปรี้ยวยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ต่อผู้บริโภคอีกหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการส่งเสริมความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย เนื่องจากแบคทีเรียที่ใช้ผลิตนมเปรี้ยวจะไปเจริญและทวีจำนวนในลำไส้เป็นจำนวนมากและยึดเกาะกับผนังลำไส้อยู่ได้ เมื่อร่างกายได้รับแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารเข้าไป เช่น อหิวาตกโรค บิด ไทฟอยด์ เชื้อโรคอุจจาระร่วง ฯลฯ เชื้อโรคเหล่านี้ไม่สามารถเจริญและทวีจำนวนในร่างกายได้ ร่างกายจึงไม่เป็นโรค ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากว่าในนมเปรี้ยวมีสารบางชนิด (ได้แก่ มีธาโนแลคโตน) ที่มีสมบัติยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารได้นั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ผมว่าโยเกิร์ตมีประโยชน์ดังกล่าวแล้ว จึงขอเชิญชวนท่านผู้อ่านทุกท่านได้เริ่มดื่มโยเกิร์ตเพื่อสร้างเสริมสุขภาพกันบ้าง คำนึงถึงประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ ก็น่าคุ้มค่ากว่าการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในด้านอื่น ๆ มิใช่หรือครับ

” โยเกิร์ตที่ดี คือนมสดใหม่ในการทำ ไม่ใช่นมผงชงน้ำอย่า​ที่บางยี่ห้อทำ !!  “